รายการ KING POWER CUP 2019/20  รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2562/63

ตามที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ กรมพลศึกษา  ดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2562/63  เพื่อเปิดโอกาสและส่งเสริมให้เยาวชนที่มีทักษะด้านกีฬาฟุตบอลได้ร่วมการแข่งขัน และยังสามารถพัฒนาทักษะฟุตบอลให้ก้าวไกลเป็นตัวแทนระดับชาติต่อไป

ข้อ 1  ระเบียบนี้เรียกว่า  “ระเบียบการแข่งขันฟุตบอลนักเรียนอายุไม่เกิน 15 ปี ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2562”  KING POWER CUP 2019/20

ข้อ 2  สิทธิในการสมัครเข้าแข่งขัน

  • รับสมัครเป็นทีมในนามสถานศึกษา เท่านั้น
    • เริ่มเปิดรับสมัครวันที่ 7-21 ตุลาคม 2562  ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่

www.kingpowercup.com หรือ Facebook.com/kingpowercup สอบถามรายละเอียด
ใบสมัครได้ที่เบอร์  088-617-5678

  • การรับสมัครและคัดเลือกทีมเพื่อเข้าการแข่งขันแบ่งออกเป็น  2  รอบการแข่งขัน     ได้แก่      

การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับภูมิภาค และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

  • การประชุมผู้จัดการทีม ทุกทีมที่เข้าแข่งขันจะต้องเข้าร่วมประชุมหรือส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมผู้จัดการทีม ตามวัน เวลา และสถานที่ซึ่งคณะกรรมการจัดการแข่งขันกำหนด หากทีมใดไม่มาร่วมประชุมต้องปฏิบัติตามข้อตกลงตามมติที่ประชุมทุกประการ โดยไม่สามารถทำการประท้วงใดๆ

ข้อ 3  จำนวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีม

  • ส่งนักกีฬาสมัครเข้าแข่งขันได้ทีมละไม่น้อยกว่า 15 คนและไม่เกิน 20 คน
    • มีเจ้าหน้าที่ทีมได้ 5 คน ประกอบด้วย

– ผู้จัดการทีม          1 คน
– ผู้ฝึกสอน             1 คน
– ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน     2 คน                  
– เจ้าหน้าที่ทีม / ผู้ประสานงานทีม    1  คน

ข้อ 4  คุณสมบัติของนักกีฬาผู้สมัครเข้าแข่งขัน

  • ทีมที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันต้องส่งในนามสถานศึกษาและต้องศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่ส่งทีมเข้าแข่งขันเท่านั้น
    • นักกีฬาที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันต้องเป็นเพศชาย มีสัญชาติไทย เกิดปี พ.ศ.2547 และ 2548  เท่านั้น และเป็นผู้มีบัตรประจำตัวประชาชน
    • นักกีฬา (นักเรียน) ที่สมัครแข่งขันต้องศึกษาอยู่ ในหลักสูตรการศึกษาระดับมัธยมศึกษาหรือหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และเป็นนักเรียนที่ศึกษาในภาคปกติโดยต้องเข้าศึกษาสถานศึกษานั้น ๆ  ไม่เกินเดือนตุลาคม 2562 และนักกีฬาสามารถลงสนามได้ก็ต่อเมื่อเอกสารครบถ้วนแล้วเท่านั้น
    • นักกีฬาทีมีชื่อลงทะเบียนการศึกษาอยู่  2 สถาบัน ไม่มีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน
    • นักกีฬา 1 คน สามารถลงทะเบียนสมัครเข้าแข่งขันได้เพียง 1 ทีม เท่านั้น หากมีรายชื่อซ้ำซ้อนหลายสถาบัน จะถูกตัดสิทธิ์ทั้งทีมไม่ให้เข้าร่วมแข่งขันตลอดทัวร์นาเมนท์  โดยจะอ้างว่ามีผู้นำชื่อตนเองไปเข้าสมัครแข่งขัน โดยตนเองไม่ทราบไม่ได้
    • นักกีฬาทุกคนต้องมีเอกสารใบรับรองการศึกษา (ปพ.7) 1 คนต่อ 1 ฉบับโดยเนื้อหาในใบรับรองการศึกษาต้องระบุวันที่เข้ามาเรียนในสถาบันการศึกษา ที่ออกจากทางสถานศึกษาที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งเอกสารต้องลงนามโดยผู้อำนวยการสถานศึกษา  อาจารย์ใหญ่ หรือฝ่ายทะเบียนของสถานศึกษาที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันเท่านั้น
    • ไม่เป็นนักกีฬาที่อยู่ระหว่างลงโทษตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันในรายการที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน ดังนี้

            – กรมพลศึกษา
            – การกีฬาแห่งประเทศไทย
            – สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

ข้อ 5  เอกสารประกอบการสมัครเข้าแข่งขัน

  • สถานศึกษาที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขัน เมื่อส่งเอกสารการสมัครให้แก่ฝ่ายจัดการแข่งขัน ถือว่าทางสถานศึกษาได้รับทราบระเบียบการแข่งขันเป็นที่ชัดเจนแล้ว และยินยอมปฏิบัติตามระเบียบการแข่งขันฯ โดยไม่สามารถอ้างว่าไม่ทราบถึงกฎระเบียบการแข่งขันไม่ได้ และเมื่อฝ่ายจัดการแข่งขันได้แจ้งขอความร่วมมือกับทางสถานศึกษา เรื่องการแถลงข่าว การจับสลากการแข่งขัน และการประชุมทีม ทางสถานศึกษาจะต้องส่งผู้แทนเข้าร่วมตามวันเวลาที่ฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนด
  • ใบสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ต้องลงนามโดยผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือผู้มีอำนาจลงนามเท่านั้น   ก่อนลงนามจะต้องทราบถึงรายละเอียดในระเบียบการแข่งขันเป็นอย่างดีและยอมรับระเบียบในทุกๆข้อ โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
    • รูปถ่ายนักกีฬาขนาด 1 นิ้ว บนพื้นหลังที่มีสีเดียวกันทั้งทีม  จำนวน 1 รูป โดยนักกีฬาต้องสวมชุดของสถานศึกษาเท่านั้น (รูปถ่ายต้องไม่เกิน 6 เดือน) เขียนชื่อ นามสกุล และหมายเลขเสื้อไว้ด้านหลังรูป
    • สำเนาบัตรประชาชนของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีม (ลงนามรับรองสำเนา)
    • ใบรับรองการศึกษาของนักกีฬาจากสถานศึกษา (ปพ.7) และประทับตราสถานศึกษาและให้ผู้มีอำนาจลงนามรับรอง
    • เอกสารทุกชิ้นทางฝ่ายจัดการแข่งขันจะใช้เป็นหลักฐานจนกว่าจะเสร็จสิ้นการแข่งขัน
    • เอกสารทุกอย่างจะต้องเซฟไฟล์และส่งเข้าเมล์ฝ่ายจัดการแข่งขันทั้งหมดและครบถ้วน โดยจะดูวันที่ส่งมาเป็นสำคัญ
    •  ***ส่วนเอกสารที่ใช้ส่งทางไปรษณีย์ จะต้องส่งในระบบ EMS หรือ Email ให้ถึงฝ่ายจัดการแข่งขันก่อนวันหมดเขตรับสมัคร 3 วัน***และต้องแจ้งให้ฝ่ายจัดรับทราบวันที่จัดส่งเอกสาร

E-Mail  สำหรับส่งใบสมัคร : kingpowercup2019@gmail.com

ที่อยู่จัดส่งเอกสาร (ถึง คุณปิโยรส  บินอาซัน  ฝ่ายจัดการแข่งขัน KING POWER CUP)

บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด(มหาชน)
เลขที่ 66/26-29 ถ.รามอินทรา  แขวงนวลจันทร์
เขตบึงกุ่ม กรุงเทพ 10230

เอกสารสำหรับผู้มีอำนาจในการรับเงินบำรุงทีม  (เอกสารจะต้องส่งพร้อมใบสมัครของนักกีฬา)

  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 ฉบับ มีระบุเลขที่บัญชีและชื่อเจ้าของบัญชีอย่างชัดเจน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 2 ฉบับ
  • เงินบำรุงทีมจะได้รับก็ต่อเมื่อโรงเรียนได้ส่งเอกสารตามที่ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ขอไว้ครบแล้วเท่านั้น
  • วันรับเงินบำรุงทีม ทางโรงเรียนจะต้องเตรียมเอกสารหนังสือขอบคุณที่ออกจากทางโรงเรียน(ฉบับจริงเท่านั้น)  และใบสำคัญรับเงิน พร้อมสำเนาบัตรประชาชน และหน้าสมุดบัญชีธนาคาร

ข้อ 6  การดำเนินการจัดการแข่งขัน

  • การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รอบ คือ  รอบคัดเลือกตัวแทนระดับภูมิภาค  และรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ทางโรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องดูสถานที่ตั้งให้ตรงกับจังหวัดของโรงเรียน และลงทำการแข่งขันตามโซนภาคที่ฝ่ายจัดการแข่งขันได้กำหนดไว้ ตามรายละเอียดดังนี้
  • การแข่งขันรอบคัดเลือกตัวแทนระดับภูมิภาค ดังนี้
  • ภาคกลางและภาคตะวันตก  ประกอบด้วย 14 จังหวัด
  ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี
  สิงห์บุรี อ่างทอง อุทัยธานี
  กาญจนบุรี สมุทรสงคราม นครปฐม
  ประจวบคีรีขันธุ์ เพชรบุรี ราชบุรี
  สุพรรณบุรี สระบุรี    

 

  • ภาคตะวันออกและปริมณฑล  ประกอบด้วย 12 จังหวัด
  จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี
  ตราด ระยอง ปราจีนบุรี
  สมุทรปราการ สระแก้ว นนทบุรี
  ปทุมธานี นครนายก สมุทรสาคร  

 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน  ประกอบด้วย 10 จังหวัด
นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น  
บึงกาฬ มหาสารคาม เลย  
สกลนคร หนองคาย อุดรธานี  
หนองบัวลำภู      

 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง  ประกอบด้วย 10 จังหวัด
  ยโสธร ชัยภูมิ นครราชสีมา
  บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ
  อำนาจเจริญ อุบลราชธานี สุรินทร์
  มุกดาหาร      

 

  • ภาคเหนือ  ประกอบด้วย 16 จังหวัด
  เชียงราย เชียงใหม่ น่าน
  พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน
  ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์
  ตาก สุโขทัย พิษณุโลก
  กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์
  พิจิตร      

 

  • ภาคใต้  ประกอบด้วย 14 จังหวัด
  พังงา ชุมพร ระนอง
  สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช
  ภูเก็ต สตูล ยะลา
  ตรัง พัทลุง สงขลา
  นราธิวาส ปัตตานี  

 

การแข่งขันนอกรอบ

หากภูมิภาคใดมีทีมประสงค์เข้าร่วมเกิน 12 ทีม และกรุงเทพมหานครเกิน 16 ทีม ให้ทำการจับสลากเพื่อแข่งขันรอบเพลย์ออฟ ณ สนามแข่งขันที่ฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนด

การแข่งขันเพลย์ออฟใช้ระบบแข่งขันแบบแพ้คัดออก ให้ทางโรงเรียนใส่ชุดแข่งขันของทางโรงเรียนและให้แจ้งสีชุดการแข่งขันกับทางฝ่ายจัดการแข่งขันฯ ก่อนวันแข่งขัน 3 วัน

ทีมที่เล่นเพลย์ออฟเสร็จสิ้นได้เข้าเป็นตัวแทนคัดรอบภาค **จะยกเลิกการลงโทษ/คาดโทษ (ใบเหลือง-ใบแดง) (ยกเว้นนักกีฬาที่ได้รับใบแดงจากฐานประพฤติผิดอย่างร้ายแรงหรือฐานกระทำผิดกติกาอย่างร้ายแรงจนทำให้คู่แข่งขันได้รับบาดเจ็บจากการกระทำนั้นๆ ยังคงได้รับบทลงโทษตามปกติ)

 (ผลการแข่งขันเสมอกันในรอบเพลย์ออฟ ให้หาผู้ชนะโดยการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ โดยไม่มีการต่อเวลาการแข่งขัน)

 

  • รอบคัดเลือกตัวแทนระดับภูมิภาค  

(หากทีมสมัครเกิน 12 ทีมจะทำการแข่งขันนอกรอบโดยแข่งขันแบบแพ้คัดออกให้เหลือ 12 ทีม)    แข่งขันแบบแบ่งสาย 4 สาย สายละ 3 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมดในสาย  นำทีมอันดับที่ 1 ของแต่ละสายเข้ารอบต่อไป

  1. แต่ละสายให้จัดประกบคู่ ดังนี้

คู่ที่ 1  ทีม ก.  พบ ทีม ข.
คู่ที่ 2  ทีมแพ้ ก-ข. พบ ทีม ค.
คู่ที่ 3  ทีม ค. พบ ทีมชนะ ก-ข

  • คะแนนการแข่งขันให้ถือเกณฑ์การให้คะแนน
  • ทีมชนะ     ได้ 3 คะแนน
  • ทีมแพ้       ได้ 0 คะแนน
  • (ผลการแข่งขันเสมอกันให้หาผู้ชนะโดยการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ โดยไม่มีการต่อเวลาการแข่งขัน)
  • การพิจารณาทีมเข้ารอบเมื่อคะแนนเท่ากัน
  • คะแนนเท่ากัน 2 ทีม ให้พิจารณาผลการแข่งขันของคู่แข่งขันคู่นั้น (โดยดูที่ผลแพ้ชนะของคู่นั้น)
  • คะแนนเท่ากัน 3 ทีมขึ้นไป ให้พิจารณาจากกฎ Fair Play ถ้าเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลากหาทีมเข้ารอบต่อไป

หลักการพิจารณากฎ Fair Play หาทีมเข้ารอบเมื่อทีมมีคะแนนเท่ากัน

  • ใบเหลือง เท่ากับ ลบหนึ่ง (-1) คะแนน
  • ใบเหลือง+.ใบเหลือง = ใบแดง เท่ากับ ลบสาม (-3) คะแนน
  • ใบเหลือง+ใบแดง เท่ากับ ลบห้า (-5) คะแนน
  • ใบแดง เท่ากับ ลบสี่ (-4) คะแนน

ทีมที่มีคะแนนรวมติดลบน้อยที่สุด จากกฎ Fair Play  เป็นทีมชนะ ผ่านเข้ารอบต่อไป

  • รอบที่สองของการคัดเลือกรอบตัวแทนภาค ทีมที่เป็นที่ 1 ของแต่ละสายประกบคู่การแข่งขัน สาย A พบ สาย B  และสาย C พบ สาย D โดยผู้ชนะของแต่ละคู่จะได้สิทธิเป็นตัวแทนภาคเข้าไปแข่งขันรอบชิงแชมป์แห่งประเทศไทยต่อไป  (ผลการแข่งขันเสมอกันให้หาผู้ชนะโดยการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ โดยไม่มีการต่อเวลาการแข่งขัน)
    • รอบคัดเลือกตัวแทนกรุงเทพมหานคร รอบแรก 16 ทีม

 (หากทีมสมัครเกิน 16 ทีมจะทำการแข่งขันนอกรอบโดยแข่งขันแบบแพ้คัดออกให้เหลือ 16 ทีม)   แข่งขันแบบแบ่งสาย 4 สาย สายละ 4 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมดในสายทีมที่มีคะแนนเป็นอันดับที่ 1 และอันดับที่ 2 ของแต่ละสาย เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย และแข่งขันแบบแพ้คัดออก จนเหลือ 4 ทีมที่จะได้เข้าไปเล่นรอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยต่อไป

  1. คะแนนการแข่งขันให้ถือเกณฑ์การให้คะแนน
  2. ทีมชนะ     ได้ 3 คะแนน
  3. ทีมแพ้       ได้ 0 คะแนน
  4. (ผลการแข่งขันเสมอกันให้หาผู้ชนะโดยการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ โดยไม่มีการต่อเวลาการแข่งขัน)
  5. การพิจารณาทีมเข้ารอบเมื่อคะแนนเท่ากัน
  6. คะแนนเท่ากัน 2 ทีม ให้พิจารณาผลการแข่งขันของคู่แข่งขันคู่นั้น (โดยดูที่ผลแพ้ชนะของคู่นั้น)
  7. คะแนนเท่ากัน 3 ทีมขึ้นไป ให้พิจารณาจากกฎ Fair Play ถ้าเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลากหาทีมเข้ารอบต่อไป
  • การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) มีทั้งหมด 16 ทีม มาจากตัวแทนภาค 12 ทีม และตัวแทนกรุงเทพมหานคร 4 ทีม นำทีมทั้งหมดมาจับสลากแบ่งสาย ทั้งหมด 4 สาย สายละ 4 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมดในสาย นำทีมอันดับที่ 1 และ 2 ของแต่ละสายเข้ารอบต่อไปคะแนนการแข่งขันให้ถือเกณฑ์การให้คะแนน
  • ทีมชนะ     ได้ 3 คะแนน
  • ทีมแพ้       ได้ 0 คะแนน

     (ผลการแข่งขันเสมอกัน ให้หาผู้ชนะโดยการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ โดยไม่มีการต่อเวลาการแข่งขัน)

  • การพิจารณาทีมเข้ารอบเมื่อคะแนนเท่ากัน
  • คะแนนเท่ากัน 2 ทีม ให้พิจารณาผลการแข่งขันของคู่แข่งขันคู่นั้น (โดยให้ดูผลแพ้ชนะ

ของคู่นั้น)

  • คะแนนเท่ากัน 3 ทีมขึ้นไป ให้พิจารณาจากกฎ Fair Play ถ้าเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับสลาก
    • ตั้งแต่รอบสองจนถึงรอบชิงชนะเลิศ แข่งขันแบบแพ้คัดออก เสมอกันในเวลา ให้หาผู้ชนะโดยการเตะโทษ ณ จุดเตะโทษ โดยไม่มีการต่อเวลาการแข่งขัน
    • รอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ***ยกเลิกการลงโทษ/คาดโทษ (ใบเหลือง-ใบแดง) ทีมที่เข้ารอบรองชนะเลิศ (ยกเว้นนักกีฬาที่ได้รับใบแดงจากฐานประพฤติผิดอย่างร้ายแรงหรือฐานกระทำผิดกติกาอย่างร้ายแรงจนทำให้คู่แข่งขันได้รับบาดเจ็บจากการกระทำนั้นๆ ยังคงได้รับบทลงโทษตามปกติ)

ข้อ 7  กติกาและข้อปฏิบัติในการแข่งขัน

  • กติกาการแข่งขัน ให้ใช้กติกาของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ซึ่งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรมพลศึกษา ใช้อยู่ในปัจจุบัน
    • ผู้จัดการทีม หรือผู้ฝึกสอนหรือผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของทีมที่ส่งเข้าร่วมการแข่งขัน จะต้องติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันที่มีชื่ออยู่ท้ายโปรแกรมแข่งขันก่อนวันเริ่มต้นการแข่งขันและเมื่อสิ้นสุดการแข่งขันในแต่ละนัด เพื่อตรวจสอบ ความถูกต้องและให้การแข่งขันดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย หากผู้ฝึกสอนละเลย ไม่ทำการตรวจสอบแล้วเกิดความเสียหาย ฝ่ายจัดการแข่งขันจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น
    • ให้แต่ละทีมรายงานตัวก่อนการแข่งขันอย่างน้อย 45 นาทีและทีมใดไม่พร้อมที่จะลงทำการแข่งขันหากเลยเวลา ที่กำหนด ให้ปรับทีมนั้นเป็นแพ้ (2-0) และให้แข่งขันให้ครบจำนวนแมตซ์ที่เหลืออยู่
    • ทีมใดไม่มาทำการแข่งขันหรือเจตนาไม่ทำการแข่งขันให้ทันตามกำหนดการแข่งขันหรือผละออกจากการแข่งขัน คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะพิจารณาลงโทษห้ามเข้าแข่งขันในรายการที่เหลือ และขอยกเลิกการมอบเงินบำรุงทีมนั้นๆ พร้อมทั้งยกเลิกผลการแข่งขันที่ผ่านมาทั้งหมด ห้ามส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในปี 2563 ยกเว้นเหตุสุดวิสัย อุบัติเหตุให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันพิจารณา
    • ทีมที่มาทำการแข่งขันไม่ทันเวลาและถูกปรับแพ้ในนัดนั้น กรณีมาถึงสนามแข่งขันแล้วต้องลงทำการแข่งขันตามปกติ เพื่อคัดเลือกนักกีฬาเข้าโครงการ FOX HUNT
    • ในรอบคัดเลือกนอกรอบนักกีฬาที่เข้าแข่งขันต้องแต่งกายให้เรียบร้อยเหมือนกันตามแบบและสีที่ได้แจ้งไว้ในใบสมัครและหมายเลขเสื้อในนอกรอบสามารถใช้หมายเลขอื่นๆแทนก่อนได้ ซึ่งหากผ่านเข้ารอบคัดตัวแทนภาค ทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะจัดเตรียมไว้ให้สวมใส่ลงแข่งขันให้  ในกรณีที่สีเสื้อเหมือนกันให้ทีมที่มีชื่อตามหลังเปลี่ยนเสื้อสำรอง
    • ในแต่ละเกมส์การแข่งขันให้ส่งรายชื่อนักกีฬาได้ไม่เกิน 20 คน และต้องใส่หมายเลขชุดแข่งขันตามข้อกำหนดทุกประการ
    • การแข่งขันนอกรอบ นักกีฬาจะต้องเตรียมบัตรประชาชนมาแสดงต่อฝ่ายจัดการแข่งขันก่อนลงทำการแข่งขันทุกนัด ถ้าไม่มีบัตรมาแสดงจะไม่มีสิทธิ์ลงทำการแข่งขัน และไม่อนุญาตให้อยู่ในม้านั่งสำรองได้
    • การแข่งขันรอบคัดเลือกตัวแทนภาคจนถึงรอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย นักกีฬาทุกคนนำ AD.Card เท่านั้นมาแสดงตนต่อฝ่ายจัดการแข่งขันก่อนลงแข่งขันทุกนัด หากนักกีฬาคนใดไม่มีบัตรมาแสดง ไม่มีสิทธิ์ลงทำการแข่งขันและไม่อนุญาตให้อยู่ในม้านั่งสำรองได้
    • ในระหว่างการแข่งขัน ให้นักกีฬาสำรองสวมเสื้อที่มีสีแตกต่างจากเสื้อทีมแข่งขันทั้ง 2 ทีม
    • นักกีฬาที่มีชื่อพักการแข่งขัน ไม่อนุญาตให้อยู่ในที่นั่งผู้เล่นสำรอง
    • ที่พักผู้เล่นสำรอง อนุญาตให้มีผู้จัดการทีม, ผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ทีม รวม 5 คน และผู้เล่นสำรองไม่เกิน 9 คน ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนรายชื่อ เท่านั้น และต้องสวมใส่ AD.Card ทุกนัด
    • เวลาการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ครึ่ง ๆละ 35 นาที และพักระหว่างครึ่งไม่เกิน 15 นาที ใช้ตั้งแต่รอบคัดเลือกจนถึงรอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย
    • นักกีฬาทุกคนต้องสวมรองเท้าฟุตบอลที่มีความปลอดภัยสูงเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้รองเท้าฟุตบอลที่เป็นปุ่มเหล็ก ตะกั่ว ลงสนามแข่งขัน
    • ผู้เล่นทุกคนต้องใส่สนับแข้งขนาดมาตรฐาน (4X6นิ้ว) ขณะลงทำการแข่งขันหากผู้เล่นคนใดไม่ปฏิบัติตาม ให้พักผู้เล่นคนนั้น หรือจนกว่าจะปฏิบัติตามให้ถูกต้อง
    • ผ้าพันข้อมือ ต้องเป็นสีเดียวกับสีหลักของแขนเสื้อเท่านั้น
    • รอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งทุกทีมได้รับชุดแข่งขันจากฝ่ายจัดการแข่งขัน ไม่อนุญาตให้ทีมดัดแปลงหรือตัดส่วนหนึ่งส่วนใดของชุดแข่งขัน  กรณีนักกีฬาคนใดดัดแปลงชุดแข่งขัน จะไม่อนุญาตให้นักกีฬาผู้นั้นลงสนามแข่งขัน
    • เจ้าหน้าที่ทีมทุกคนที่อยู่ในม้านั่งสำรองต้องใส่กางเกงขายาวหรือกางเกงสามส่วน  รองเท้าหุ้มส้น ใส่ถุงเท้าสั้นเกินตาตุ่มข้อเท้า ยกเว้น เจ้าหน้าที่ที่วิ่งลงสนามเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของนักกีฬา อนุญาตให้ใส่กางเกงขาสั้นได้
    • อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทีมลงสนามไปรักษาอาการบาดเจ็บของนักกีฬาทีมตนเอง 1 คน ต่อผู้เล่นทีมตนเองบาดเจ็บ 1 คน
    • หัวหน้าทีมจะต้องมีปลอกแขนแสดงสัญลักษณ์ทุกครั้งที่ลงทำการแข่งขัน
    • การเปลี่ยนตัวผู้เล่นระหว่างการแข่งขัน เปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ไม่เกิน 3 คน
    • นักกีฬาสำรอง สามารถอบอุ่นร่างกายระหว่างแข่งขันได้ไม่เกินทีมละ 4 คน และเจ้าหน้าที่ทีมดูแลการอบอุ่นร่างกายนักกีฬาสำรองไม่เกิน 1 คน กรณีมีผู้รักษาประตูอบอุ่นร่างกาย ให้เพิ่มเจ้าหน้าที่ทีมดูแลการอบอุ่นร่างกายอีก 1 คน
    • กรณีชุดแข่งขันหาย(สำหรับทีมที่ได้รับแจกชุดแข่งขัน)นักกีฬาจะไม่สามารถลงทำการแข่งขันได้
    • กรณีผู้รักษาประตู มีสีชุดแข่งขันคล้ายกับสีชุดแข่งขันของฝ่ายตรงข้าม ผู้รักษาประตูต้องเป็นผู้เปลี่ยนสีชุดแข่งขัน
    • กรณีมีการยิงจุดโทษหาผลแพ้ชนะหลังจบการแข่งขันและต้องหาผู้ชนะเข้ารอบต่อไป             ให้ Reduced ครั้งเดียว ก่อนการเริ่มเตะจุดโทษ
    • ในกรณีที่อยู่ในระหว่างการแข่งขันและเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติหรือฝนตกหนักพื้นสนามไม่อยู่ในสภาพที่ใช้การได้และผู้ตัดสินพิจารณาแล้วสั่งยุติการแข่งขันในวันนั้น ให้ผลการแข่งขันไว้คงเดิมและให้ทำการแข่งขันในวันที่ฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนดใหม่โดยให้ทำการแข่งขันในเวลาที่เหลือต่อจากเวลาที่ยุติการแข่งขัน
    • ในกรณีได้รับบาดเจ็บจากการแข่งขัน ฝ่ายจัดการแข่งขันจะรับผิดชอบในการดูแลปฐมพยาบาลในเบื้องต้นเท่านั้น การส่งต่อสถานพยาบาลเป็นความรับผิดชอบของทีม

ข้อ 8  สนามที่ใช้จัดการแข่งขัน

  • ใช้สนามที่ทางฝ่ายจัดการแข่งขันได้จัดเตรียมไว้ให้ในแต่ละภาคภูมิ ตั้งแต่รอบเพลย์ออฟ, รอบคัดเลือกตัวแทนระดับภูมิภาคจนถึงรอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ข้อ 9  การพิจารณามารยาทและการลงโทษนักกีฬา

  • การสะสมการคาดโทษและไล่ออกของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีม

การสะสมการคาดโทษของผู้ตัดสิน

สะสมใบเหลืองครบ                  2 ใบ     ให้พักการแข่งขัน 1 นัดการแข่งขัน
สะสมใบแดง                            1 ใบ      ให้พักการแข่งขัน 1 นัดการแข่งขัน
สะสมใบแดงโดยครบ                2 ใบ      ให้พักการแข่งขันตลอดการแข่งขัน

หมายเหตุ: หากนักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ทีมคนใดได้รับการคาดโทษใบเหลือง 2 ใบ ใน 1 นัดการแข่งขัน ให้นับเป็นการสะสมใบแดง 1 ใบ

  • นักกีฬาที่ได้รับใบแดงจากผู้ตัดสิน ฐานกระทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง (Serious Foul Play) ให้งดลงแข่งขันไม่น้อยกว่า 2 นัด หรือ ตลอดรายการแข่งขันตามแต่กรณีโทษที่คณะกรรมการฯ เห็นสมควร
    • นักกีฬาที่ได้รับใบแดงจากผู้ตัดสิน ฐานประพฤติผิดอย่างรุนแรง (Violence Conduct) ให้งดลงแข่งขันไม่น้อยกว่า 3 นัด หรือ ตลอดรายการแข่งขันตามแต่กรณีโทษที่คณะกรรมการฯ เห็นสมควร
    • กรณีที่ผู้ตัดสินเชิญเจ้าหน้าที่ทีมออกจากเขตเทคนิคเนื่องจากมีพฤติกรรมที่แสดงออก เช่น การไม่ยอมรับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินหรือการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ด่าทอ ต่างๆ นั้นจะต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ในรายการต่อไปอีกอย่างน้อย 1 นัด และคณะกรรมการจัดการแข่งขัน จะรายงานการปฏิบัติตัวไปยังต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ต่อไป  หากกลับมาทำหน้าที่และถูกเชิญออกจากเขตเทคนิคอีกเป็นครั้งที่ 2 ให้หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่ตลอดการแข่งขัน

ข้อ 10  การพิจารณามารยาทและลงโทษทีม

                 นักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ทีมคนใดไม่ปฏิบัติตามระเบียบการแข่งขันหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งภายในและภายนอกสนามแข่งขัน คณะกรรมการจัดการแข่งขันสามารถลงโทษได้ตามควรแก่กรณีโดยยึดถือใบรายงานจากคณะผู้ตัดสินที่เห็นเหตุการณ์

    • ในระหว่างการแข่งขันหากนักกีฬาทั้ง 2 ทีมมีการเล่นที่รุนแรงหรือมีการยั่วยุคู่แข่งขัน   อันจะก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท กรรมการผู้ตัดสินและคณะกรรมการผู้ตัดสินจะร่วมกันพิจารณาเหตุการณ์นั้น และหรืออยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการตัดสินปัญหาและบทลงโทษนั้นๆ และถือเป็นข้อยุติ
    • หากมีการทะเลาะวิวาท ระหว่างทีมหรือเจ้าหน้าที่ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันหลังจบการแข่งขันแล้ว จะพิจารณาลงโทษขั้นเด็ดขาด ทีมจะอุทธรณ์ใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
    • ทีมใดฝ่าฝืนส่งนักกีฬาที่ถูกลงโทษให้พักการแข่งขันหรือผิดระเบียบลงทำการแข่งขัน ให้ปรับทีมชนะเป็นแพ้ ด้วยประตู 2.0 ในการแข่งขันครั้งนั้น โดยจะแจ้งว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันไม่แจ้งให้ทราบไม่ได้
    • ทีมที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับภูมิภาค ไม่ไปร่วมการแข่งขันในรอบชิงแชมป์ประเทศไทย โดยไม่แจ้งเหตุผลการไม่ไปร่วมการแข่งขันให้ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ทราบล่วงหน้า คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะตัดสิทธิ์ทีม และนักกีฬาไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันเป็นเวลา 2 ปี
    • กรณีทีมที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับภูมิภาค ไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันในรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ให้ประสานงานกับทีมที่ตกรอบรองชนะเลิศในภาคนั้น (ทีมที่พบกับทีมตัวแทนในรอบรองชนะเลิศ) ให้เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทยแทน
    • ทีมที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันหากปลอมแปลงเอกสารเพื่อให้นักกีฬาของตนเข้าร่วมการแข่งขัน หรือใช้เอกสารเท็จ หรือส่งนักกีฬาที่ผิดคุณสมบัติเข้าแข่งขัน ทีมนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันตลอดจนผู้จัดการทีม เจ้าหน้าที่ทีมและนักกีฬาทั้งทีมทั้งหมดจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้เป็นเวลา 2 ปี
    • ระเบียบการแข่งขันอื่นใดที่ไม่ได้ระบุในระเบียบนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการจัดการแข่งขันคำตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขันถือเป็นสิ้นสุดจะอุทธรณ์ใด ๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น

ข้อ 11  คณะกรรมการรับคำประท้วง   ประกอบด้วย

  1. ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน
  2. ผู้ควบคุมการแข่งขัน
  3. ผู้แทนฝ่ายผู้ตัดสิน
  4. ผู้แทนฝ่ายจัดการแข่งขัน
  5. เลขานุการคณะกรรมการจัดการแข่งขัน
  6. ตัวแทนจากกลุ่ม SCOUT

ข้อ  12  การประท้วง    ให้ปฏิบัติดังนี้

         ให้ผู้จัดการทีมหรือผู้ฝึกสอนที่ได้รับมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้จัดการทีมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นผู้ลงนามยื่นประท้วง

  • คำประท้วงให้ทำเป็นหนังสือ พร้อมทั้งรายละเอียดหลักฐานประกอบคำประท้วงยื่นต่อคณะกรรมการรับคำประท้วงพร้อมเงินประกัน จำนวน 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน)
  • การประท้วงต้องยื่นคำประท้วงก่อนการแข่งขันเท่านั้น (จะต้องนำหลักฐานประกอบการประท้วง เช่น หลักฐานที่นักกีฬาผิดคุณสมบัติ จะต้องเป็นหลักฐานที่สามารถยืนยันความผิดที่ชัดเจน เป็นต้น) ถ้าการแข่งขันดำเนินไปแล้วยังไม่มีการส่งเอกสารครบถ้วนจะถือว่าการยื่นเรื่องประท้วงไม่สมบูรณ์
  • การประท้วงที่มิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ข้างต้น จะไม่ได้รับการพิจารณา
  • คณะกรรมการรับคำประท้วงได้รับคำประท้วงนั้นแล้ว ให้แจ้งทีมที่ถูกประท้วงทราบ เพื่อดำเนินการยื่นคำแก้คำประท้วงภายใน 3 วันทำการ นับตั้งแต่ได้รับแจ้งคำประท้วงหากพ้นกำหนดดังกล่าวและไม่มีการยื่นแก้คำประท้วง ให้คณะกรรมการรับคำประท้วงพิจารณาชี้ขาดคำประท้วงนั้นไปฝ่ายเดียว คำตัดสินของคณะกรรมการรับคำประท้วงให้เป็นที่สุด
  • ภายหลังยื่นคำประท้วง ถ้าผู้ประท้วงเพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำสั่งใดๆ ภายในเวลาที่คณะกรรมการรับคำประท้วงเห็นสมควรกำหนดไว้ เพื่อการดำเนินการพิจารณาคำประท้วง โดยได้แจ้งให้ผู้ประท้วงรับทราบแล้ว ให้ถือว่าผู้ประท้วงไม่ประสงค์จะดำเนินการประท้วงนั้นอีกต่อไป และให้จำหน่ายคำประท้วงนั้น และให้ริบเงินประกันการประท้วงนั้นด้วย
  • ระหว่างการที่มีการประท้วง การแข่งขันจะดำเนินการต่อไปตามกำหนดการแข่งขัน หากการประท้วงที่เป็นผลจะได้รับเงินประกันการประท้วงนั้นคืน หากการประท้วงไม่เป็นผลให้ริบเงินประกันการประท้วงเข้าเป็นเงินสนับสนุนการแข่งขัน
  • การประท้วงให้มีผลบังคับใช้เฉพาะการแข่งขันในแต่ละรอบเท่านั้น (รอบแรกถึงรอบชิงชนะเลิศ เท่านั้น)
  • คำตัดสินของคณะกรรมการรับคำประท้วงให้ถือเป็นเด็ดขาด จะอุทธรณ์มิได้ และคำตัดสินของคณะกรรมการรับคำประท้วงให้เป็นที่สุด จะนำไปฟ้องร้องศาลปกครองมิได้เช่นกัน

    บทลงโทษ  หากการประท้วงเป็นผลทีมนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน และริบเงินค่าสนับสนุนทีมและเงินรางวัลจากผู้จัดการทีมพร้อมถ้วยรางวัลการแข่งขัน  และห้ามส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน  1 ปี

  1.  

ข้อ 13  การถอนทีม

  • เมื่อมีการจับสลากประกบคู่การแข่งขันแล้ว จะไม่สามารถขอถอนทีมได้ทุกกรณี ถ้าทีมใดไม่มาทำการแข่งขันหรือเจตนาไม่มาทำการแข่งขันตามกำหนดการหรือผละออกจากการแข่งขันทางคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะพิจารณาลงโทษห้ามเข้าแข่งขันรายการนี้ เป็นเวลา 1 ปี

ข้อ 14  เงินบำรุงทีมและรางวัลการแข่งขัน

14.1 รอบคัดเลือกตัวแทนระดับภูมิภาค

  • ทีมที่เข้าแข่งขันรอบคัดตัวแทนภาค ภาคละ 12 ทีม จะได้รับเงินบำรุงทีม ทีมละ 10,000 บาท
  • ทีมที่เข้าแข่งขันรอบคัดเลือกตัวแทนกรุงเทพมหานคร 16 ทีม จะได้รับเงินบำรุงทีม ทีมละ 10,000 บาท

14.2 รอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย 16 ทีมสุดท้าย

  • ทีมชนะเลิศ       ได้รับเงินรางวัล              จำนวน 1,000,000 บาทพร้อมถ้วย และเหรียญรางวัล
  • ทีมรองชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล                จำนวน   300,000 บาท   พร้อมเหรียญรางวัล
  • ทีมอันดับที่ 3     ได้รับเงินรางวัล              จำนวน   100,000 บาท   พร้อมเหรียญรางวัล
  • ทีมอันดับที่ 4     ได้รับเงินรางวัล              จำนวน    50,000 บาท
  • ทีมที่ไม่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ จำนวน 16 ทีม จะได้รับเงินบำรุงทีม ทีมละ 20,000 บาท

การขอรับเงินบำรุงทีม ทางโรงเรียนจะต้องเตรียมเอกสาร หนังสือขอบคุณจากโรงเรียน มาในวันประชุมผู้จัดการทีมในแต่ละภาค ซึ่งจะต้องขอตัวอย่างหนังสือจากฝ่ายจัดการแข่งขัน ทีมโรงเรียนจะได้รับเงินบำรุงทีมก็ต่อเมื่อเอกสารครบถ้วยเท่านั้น และถ้าทีมไม่ส่งเอกสารก่อนทำการแข่งขันประจำทัวร์นาเม้นท์จบลง จะถือว่าสละสิทธิ์ในการขอรับเงินบำรุงทีม

14.3 รางวัลพิเศษต่างๆ

  • โค้ชยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนท์และนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นท์ จะได้รางวัลเยี่ยมชมสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ
  • ดาวซัลโว จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ
  • ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม, กองหลังยอดเยี่ยม, กองกลางยอดเยี่ยม, กองหน้ายอดเยี่ยม     จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ
  • ทีม Fair Play จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ

ข้อ 15  การจับสลากประกบคู่และการประชุมทีม

  • การจับสลากประกบคู่ทุกภาค กำหนดไว้ในวันที่ 22 ตุลาคม 2562  เวลาและสถานที่การจัดการจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
  • การจับสลากประกบคู่รอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย กำหนดไว้วันที 9 มกราคม 2563  เวลาและสถานที่การจัดการจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
  • การประชุมผู้จัดการทีมของแต่ละภาค  กำหนดไว้ทุกวันจันทร์ก่อนการแข่งขันของแต่ละภาค ผู้จัดการทีมหรือตัวแทนทีมจะต้องเข้าร่วมประชุมทุกทีม
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  นายปิโยรส  บินอาซัน โทร. 088-617-5678

ข้อ 16  การคัดเลือกเยาวชนเข้าร่วมโครงกา “FOX HUNT GEN 5”

  • สิทธิเฉพาะโรงเรียนที่สนับสนุนและยินยอมให้นักฟุตบอลเข้าร่วมโครงการ FOX HUNT ที่ได้ตอบรับทางใบสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน KING POWER CUP 2019/20
  • เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ประจำปี 2562 “ KING POWER CUP 2019/20” ทั้งในรอบคัดเลือกระดับภูมิภาค และรอบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ที่แสดงความสามารถได้อย่างโดดเด่น และมีทักษะยอดเยี่ยมในการเล่นฟุตบอล จะได้รับการคัดเลือกเข้าแคมป์เพื่อทดสอบฝีเท้าและทักษะภาษาอังกฤษจากทีมสต๊าฟโค้ชสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 9 วัน  ณ แคมป์กิเลน วัลเล่ย์ จ.นครราชสีมา
  • สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ จะคัดเลือกเยาวชนที่มีความสามารถและคุณสมบัติ จำนวน 10 คน เพื่อรับทุนการศึกษาเข้าฝึกทักษะฟุตบอลที่สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ประเทศอังกฤษ เป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่ง
  • เยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ FOX HUNT จะต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขที่กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กำหนดทุกประการ
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  ฝ่ายการตลาดด้านกีฬา กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ โทร.02 677 8888 ต่อ 8691